สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้สนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมประเภททุนส่งเสริมกลุ่มวิจัย (เมธีวิจัยอาวุโส) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนนักวิจัยอาวุโสที่มีความสามารถ มีจริยธรรม มีผลงานเป็นที่ประจักษ์และเป็นที่ยอมรับทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ ให้สร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ที่มีความสามารถทางวิชาการสูงให้แก่ประเทศ โดยเน้นหนักในการพัฒนาทีมงาน ผลงาน และพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่ เพื่อสร้างศักยภาพเชิงปัญญาในระยะยาวของชาติ
โดยทุนนี้จะมีการเสนอชื่อผู้เข้าข่ายได้รับทุนที่มีคุณสมบัติของเมธีวิจัยอาวุโส วช. จากคณบดีของมหาวิทยาลัย หรือผู้อำนวยการสถาบันวิจัยทั่วประเทศ โดยการเสนอชื่อขอความอนุเคราะห์ให้เป็นเรื่องลับ หลังจากนั้นจะมีคณะกรรมการฯ หรือผู้ทรงคุณวุฒิฯ เป็นผู้พิจารณาผู้สมควรได้รับทุนจากการสำรวจรายชื่อนักวิจัยชั้นนำจากแหล่งต่าง ๆ และ วช. จะเรียนเชิญให้ผู้สมควรได้รับทุนเขียนข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมฉบับเต็ม เพื่อส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิประเมินก่อนทำสัญญารับทุนอุดหนุนการวิจัยและนวัตกรรม โดยมีข้อกำหนดตามประกาศขอบเขตการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรม ทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัย (เมธีวิจัยอาวุโส) ประจำปีงบประมาณ 2570
ในการนี้ วช. จึงขอเชิญเสนอชื่อผู้เข้าข่ายได้รับทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัย (เมธีวิจัยอาวุโส) ประจำปีงบประมาณ 2570 โดยคณบดีของมหาวิทยาลัย หรือผู้อำนวยการสถาบันวิจัยทั่วประเทศ สามารถเสนอชื่อผู้เข้าข่ายได้รับทุนที่มีคุณสมบัติของเมธีวิจัยอาวุโส วช. ได้คณะหรือเทียบเท่าคณะละ 1 ท่าน ซึ่งมีหลักเกณฑ์การพิจารณาผู้เข้าข่ายได้รับทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัย (เมธีวิจัยอาวุโส) ดังนี้
หลักเกณฑ์การพิจารณา
1. กลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
– มีจริยธรรมด้านการวิจัย
– ความมีชื่อเสียง (prestige) และการเป็นที่ยอมรับ (recognition)
– ผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติ / h-index / impact factor ของวารสาร / จำนวน citation
– มีศักยภาพในการนำผลงานไปใช้ประโยชน์
– คุณภาพและ Relevance (มีผลงานที่มี impact ต่อวงการวิชาการ ชุมชน และสังคม)
– ความสามารถในการสร้างทีมวิจัยและเครือข่าย
– ให้ความเอื้อเฟื้อต่อวงการวิจัยและวิชาการ
– ไม่เคยได้รับทุนศาสตราจารย์วิจัยดีเด่น ไม่เคยได้รับทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัยศักยภาพสูง และไม่เคยได้รับทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัย (เมธีวิจัยอาวุโส) มาแล้ว 2 ครั้ง
– มีประสบการณ์ในด้านการพัฒนาบัณฑิตศึกษา สามารถสร้างกลุ่มวิจัยและพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่
– ไม่ดำรงตำแหน่งตั้งแต่คณบดีขึ้นไปหรือเทียบเท่า ตลอดระยะเวลาการรับทุน
– สามารถดำเนินงานวิจัยที่ได้รับทุนได้ตลอดระยะเวลา 36 เดือน
2. กลุ่มสาขาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
– มีจริยธรรมด้านการวิจัย
– ความมีชื่อเสียง (prestige) และการเป็นที่ยอมรับ (recognition)
– ผลงานวิชาการ ประกอบด้วย:
บทความตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติ หรือในประเทศที่มี peer review อย่างเคร่งครัด
หนังสือเล่มเฉพาะเรื่องที่เป็นผลสืบเนื่องจากงานวิจัย (research monograph) ที่มี peer review
บทความคัดสรร (selected papers) ในหนังสือเล่มเฉพาะเรื่องที่มี peer review
บทความตีพิมพ์รวมเล่มหลังการประชุมวิชาการ (proceedings) ที่มี peer review
การเผยแพร่ผลงานในลักษณะอื่น ๆ ซึ่งจะพิจารณาเป็นกรณี ๆ ไป
– มีศักยภาพในการนำผลงานไปใช้ประโยชน์
– คุณภาพและ Relevance (มีผลงานที่มี impact ต่อวงการวิชาการ ชุมชน และสังคม)
– ความสามารถในการสร้างทีมวิจัยและเครือข่าย
– ให้ความเอื้อเฟื้อต่อวงการวิจัยและวิชาการ
– ไม่เคยได้รับทุนศาสตราจารย์วิจัยดีเด่น ไม่เคยได้รับทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัยศักยภาพสูง และไม่เคยได้รับทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัย (เมธีวิจัยอาวุโส) มาแล้ว 2 ครั้ง
– มีประสบการณ์ในด้านการพัฒนาบัณฑิตศึกษา สามารถสร้างกลุ่มวิจัยและพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่
– ไม่ดำรงตำแหน่งตั้งแต่คณบดีขึ้นไปหรือเทียบเท่า ตลอดระยะเวลาการรับทุน
– สามารถดำเนินงานวิจัยที่ได้รับทุนได้ตลอดระยะเวลา 36 เดือน
ทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลดเอกสารเพิ่มเติมได้ที่ : https://kmutt.me/MS2570 และขอให้ท่านจัดส่งรายชื่อผู้เข้าข่ายได้รับทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัย (เมธีวิจัยอาวุโส) ประจำปีงบประมาณ 2570 ให้กับ วช. ภายในวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ได้ที่ กองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม 3 กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาความเป็นเลิศทางวิชาการ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัย) เลขที่ 196 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 หรือ นำส่งทางอีเมล : arf.s2@nrct.go.th
สอบถามเพิ่มเติม
คุณนลินี เพ็งแป้น (สวนพ.)
โทร. 0-2470-9621
อีเมล : nalinee.phe@kmutt.ac.th