เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 5 อาคารเรียนรู้พหุวิทยาการ (LX) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) นำโดย ดร.สัมพันธ์ ศิลปนาฎ (Senior Consultant, Business Alliances Development) คุณรตนภัส เวชชากุล ( ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารและสร้างแบรนด์นายจ้าง ) และคณะ ได้เข้าร่วมประชุมกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โดย รศ. ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดี ศ. ดร.เชาวลิต ลิ้มมณีวิจิตร รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและผู้เรียนรู้ รศ. ดร.ตุลา จูฑะรสก คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ รศ. ดร.ธเนศ ธนิตย์ธีรพันธ์ คณบดีคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี รศ. ดร.ทวิช พูลเงิน คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ผศ. ดร. ชัยวัฒน์ เอกวัฒน์พานิชย์ รองคณบดีฝ่ายอุตสาหกรรมสัมพันธ์และกิจการพิเศษ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ดร.ปภาพิต หิรัญสิริสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัย นวัตกรรมและพันธมิตร และคณะ เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือภายใต้เป้าหมายสำคัญของ Delta ที่ต้องการยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนา ภายในปี 2030 โดยมีแผนขยายกำลังการผลิตและต้องการบุคลากร ทั้งในด้าน product development และ วิศวกรอุตสาหกรรม มากกว่า 2,000 อัตรา เพื่อรองรับธุรกิจหลัก ได้แก่ Power Electronics, Automation, EV Charger และ Infrastructure
แกนในการหารือที่สำคัญคือ พลิกโฉมการเรียนรู้สู่การปฏิบัติจริง (Practical & Hands-on) จากโมเดลความร่วมมือที่ฉีกกรอบเดิม ๆ โดยเน้นการดึงศักยภาพของนักศึกษา มจธ. ที่มีความโดดเด่นด้านการลงมือทำ (Practical) ผ่านไอเดียโครงการสำคัญ อาทิ Joint Research Projects: การทำวิจัยร่วมกันระหว่างอาจารย์ นักศึกษา และทีมวิศวกรของ Delta ในโจทย์ที่ท้าทายจากภาคอุตสาหกรรมจริง โดยเฉพาะด้าน Clean Energy และ Smart Automation, Talent Pitching Forum: แพลตฟอร์มใหม่ในการคัดเลือกบุคลากร ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษานำเสนอผลงานและไอเดียต่อหน้าผู้บริหารบริษัทโดยตรง (Talent Shopping) เพื่อโอกาสในการร่วมงานทันที, Global Exposure & Dual Degree Opportunities (Thailand–International Universities) การเชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัยต่างประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้รับทุนวิจัยและประสบการณ์ในระดับนานาชาติ
การประชุมในวันนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่ต่อยอดในการเชื่อมโยงภาคการศึกษากับภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันผลิตบัณฑิต ที่ไม่เพียงแค่มีความรู้ทางวิชาการ แต่ยังพร้อมด้วยทักษะการแก้โจทย์จริง (Real-world Problem Solving) ซึ่งเป็น DNA สำคัญของบัณฑิต มจธ.